คำถามเกี่ยวกับ SiPAD

1. ถาม    อาคาร/ที่พักอาศัย ไม่มีกราวด์สามารถนำไปใช้เพื่อป้องกันได้หรือไม่

ตอบ   ป้องกันได้ เพราะระบบไฟฟ้าประเทศไทยเป็นแบบ TN-C-S คือ นิวตรอน ( N ) กับ กราวด์ ( G ) เชื่อมต่อถึงกันที่ตำแหน่งตู้เมนไฟฟ้า ( MDB ) จึงไปลงกราวด์ที่ตู้เมนไฟฟ้า หรือ ไปลงกราวด์ที่หม้อแปลงไฟฟ้าได้

 

2. ถาม     SiPAD 1 ตัว สามารถป้องกันได้ทั้งบ้าน / ที่พักอาศัย ใช่หรือไม่

ตอบ     เนื่องจากไม่ทราบการเดินระบบไฟฟ้าของแต่ละสถานที่ จึงขอตอบว่าติดตรงไหนปลอดภัยตรงนั้น และถ้าติดมากจุด   ก็จะครอบคลุมได้ทั้งบ้าน / อาคาร

 

3. ถาม  SiPAD 1 ตัว เสียบที่เต้ารับไฟฟ้าตัวหนึ่ง จะสามารถป้องกันคลอบคลุมถึงเต้ารับไฟฟ้าตัวอื่น ๆ ที่อยู่ห่างออกไปได้เป็นระยะกี่เมตร

ตอบ    ประมาณ 5 เมตร ยิ่งห่างออกไปประสิทธิภาพในการป้องกันจะลดลงตามลำดับ

 

4. ถาม   ถ้าต้องการใช้ SiPAD 1 ตัว ติดตั้งป้องกันครอบคลุมได้ทั้งบ้านสามารถทำได้ไหม

    ตอบ   สามารถทำได้ โดยต้องออกแบบใหม่ เพื่อกำหนดตำแหน่งในการติดตั้ง แต่ขอแนะนำให้ติด SiPAD ที่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าสุดโปรดของท่านจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัยสูงสุด เปรียบเสมือนมี Body Guard ส่วนตัวคุ้มครองอยู่กับคุณตลอดเวลา แทนที่จะเฝ้าอยู่ที่หน้าบ้านประตูทางเข้า

 

5. ถาม เสียบไปแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าอุปกรณ์ป้องกันฯ ทำงานหรือเปล่า

ตอบ  ขอเปรียบเทียบเหมือนถุงลมนิรภัย ( AIR BAG ) ในรถยนต์ ไม่สามารถทราบได้ว่าถุงลมนิรภัย ( AIR BAG ) จะพร้อมทำงานอยู่หรือไม่ ถ้ายังไม่เกิดการกระแทกอุบัติเหตุ เช่นเดียวกับอุปกรณ์ Surge Protector ทั่วไป รวมถึงอุปกรณ์ SiPAD ตราบใดที่แรงดันไฟฟ้าอยู่ในระดับปกติ 230 Volt +-15% อุปกรณ์ SiPAD จะไม่ทำงาน แต่ถ้าแรงดันไฟฟ้าสูงผิดปกติเกิดขึ้น อุปกรณ์ SiPAD จะทำงานทันที โดยทำการดักจับและเปลี่ยนเส้นทางกระแสไฟกระโชก ( Surge Current ) ให้ไหลผ่านตัวมันเองแล้วส่งกลับไปยังแหล่งกำเนิดที่มาของความผิดปกตินั้น จึงทำให้อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่ต่ออยู่กับเต้ารับไฟฟ้านั้น ไม่ได้รับความเสียหาย

 

    * ถ้าไฟกระโชกที่เกิดขึ้น มีขนาดรุนแรงเกินกว่าที่อุปกรณ์ SiPAD จะรับได้ อุปกรณ์ SiPAD จะเสียหาย แต่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดต่าง ๆ จะยังคงปลอดภัยอยู่ แต่ถ้ามีไฟกระโชกเกิดขึ้นตามมาอีกครั้ง ( ขณะที่อุปกรณ์ SiPAD เสียอยู่ ) แน่นอน อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือโหลดต่าง ๆ ย่อมเสียหาย ในกรณีนี้ถ้ามีอุปกรณ์ SiPAD ตัวที่ 2 ต่อป้องกันอยู่ในบริเวณใกล้เคียง อุปกรณ์ SiPAD ตัวที่ 2 นี้อาจจะช่วยป้องกันได้ด้วย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะห่างของอุปกรณ์ SiPAD ทั้งสอง

 

6. ถาม ป้องกันได้ 100% ใช่หรือไม่

ตอบ ไม่สามารถตอบคำถามนี้อย่างชัดเจนได้ เพราะไม่มีใครบอกได้ว่าไฟกระโชก ( Surge )

– จะเกิดขึ้นเมื่อใด ?

– จะมีขนาดความรุนแรงเท่าไหร่ ?

– และจะเกิดนานแค่ไหน ?

ตราบใดที่แรงดันไฟฟ้าอยู่ในระดับปกติ อุปกรณ์ SiPAD จะไม่ทำงาน แต่ถ้าแรงดันไฟฟ้าสูงผิดปกติเกิดขึ้น อุปกรณ์ SiPAD จะทำงานทันทีดังที่อธิบายไว้แล้วในข้อที่ 5

 

7.ถาม มีอะไรรับรอง SiPAD สามารถป้องกันได้จริง

ตอบ มีการทดสอบด้วยรูปคลื่น  Surge  impulse  ตามมาตรฐานฯ ในห้อง LAB ว่าสามารถป้องกันได้จริง

ตาม Link VDO ทดสอบ https://youtu.be/9nfprpAUZEc

ซึ่งเปรียบเสมือนถุงลม  Air bag หรือ Safety belt  ในรถยนต์ ที่ต้องผ่านการทดสอบการใช้งานตามมาตรฐานความปลอดภัยในห้อง LAB

 

8. ถาม ติดตั้งแล้วรับประกันได้ไหม ว่า Load จะไม่พังเสียหาย

ตอบ SiPAD ก็เปรียบเสมือน การทำงานของ ถุงลม  Air bag หรือ Safety belt  ในรถยนต์ ซึ่งไม่มีผู้ผลิตรถยนต์รายใดสามารถรับรองได้ว่า เมื่อติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวแล้ว คนขับจะไม่ตาย ทั้งนี้เนื่องจากในสถานการจริงยังมีเงื่อนไขอื่นอีกมากมาย ซึ่งต่างจากการทดสอบในห้อง LAB แต่อย่างไรก็ตามท่านก็สามารถมั่นใจได้ว่า Load ของท่านจะได้รับการป้องกันสูงสุดจาก SiPAD ด้วย Stov Technology

 

9. ถาม อุปกรณ์ป้องกันฯ นี้กินไฟฟ้ามากมั้ย

ตอบ  กินไฟน้อยกว่า 0.1 วัตต์ กล่าวได้ว่าไม่กินไฟเลย

 

10. ถาม จะรู้ได้อย่างไรว่าอุปกรณ์ป้องกันฯ เสีย หรือใช้งานได้ปกติ

ตอบ  มี Indicator แสดงสถานะว่าปกติ จะเป็นแถบสีเหลือง หรือเสีย จะเป็นแถบสีแดง ดังภาพ

11. ถาม ความแตกต่างของ SiPAD กับ อุปกรณ์ป้องกันทั่วไป ( SPD  ) มีอะไรบ้าง

ตอบ อุปกรณ์ป้องกัน SiPAD กับ อุปกรณ์ป้องกันทั่วไป ( SPD  ) มีคุณสมบัติและลักษณะการทำงานเหมือนกัน โดยอุปกรณ์   SiPAD มีคุณสมบัติเด่น ต่างจากอุปกรณ์ป้องกันทั่วไป ( SPD  ) คือ

11.1 มีขนาดเล็ก พกพาง่าย ใช้ได้ในทุกสถานที่ ทุกเวลา

11.2 ติดใช้งานได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่เสียบเข้ากับเต้ารับไฟฟ้าที่ผนังหรือรางปลั๊กพ่วง ก็ใช้งานได้ทันทีไม่มีขั้นตอนซับซ้อน

11.3 ราคาเหมาะสมและคุ้มค่า ในการป้องกันความเสียหายให้กับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เปราะบางทุกชนิด ( เฉพาะค่าแรงในการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันทั่วไป ( ไม่รวมมูลค่าของอุปกรณ์ป้องกันทั่วไป  ) ก็มีราคาสูงกว่าอุปกรณ์ป้องกัน SiPAD แล้ว )

11.4 ใช้ได้ในทุกองค์กรทั้งขนาดใหญ่ไปจนถึงครัวเรือน

11.5 อุ่นใจด้วย STOV Technology

 

12. ถาม การรับประกันสินค้าเป็นอย่างไร

ตอบ  รับประกันสินค้า 1 ปี เฉพาะความเสียหายที่เกิดจากการผลิต หรือการใช้งานที่ถูกต้อง เช่น ติดตั้งภายในบ้าน

ห้ามติดตั้งใช้งานภายนอก ตากแดด ตากฝน เป็นต้น

 

13. ถาม อุปกรณ์ SiPAD มีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่

ตอบ มากกว่า 10 ปี ถ้าไม่ได้รับไฟกระโชก ในกรณีมีไฟกระโชกเกิดขึ้น อุปกรณ์ SiPAD จะทำการดักจับและเปลี่ยนเส้นทางกระแสไฟกระโชกให้ไหลผ่านตัวมันเอง (รายละเอียดตามข้อ 5) ดังนั้นถ้าไฟกระโชกที่เกิดขึ้น มีขนาดและความรุนแรงมากกว่าที่อุปกรณ์ SiPAD จะรับได้ อุปกรณ์ SiPAD ก็จะเสียหาย (แถบสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็นสีแดง) ถ้าน้อยกว่าก็จะไม่มีอะไรเสียหาย (เป็นแถบสีเหลืองปกติ) โดยประสิทธิภาพในการรับไฟกระโชกยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

14. ถาม ถ้ามี Surge Protector ติดตั้งที่ตู้ไฟฟ้าหลัก ( MDB ) อยู่แล้ว จำเป็นต้องติด SIPAD เพิ่มเติมอีกหรือไม่ ?

ตอบ  ขอยกตัวอย่างบ้านหลังหนึ่ง มีการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก ( Surge Protector ) ที่ตำแหน่งตู้ไฟฟ้าหลัก ( MDB )  จะส่งผลให้อุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ทั้งหมด ภายในบ้านหลังนั้นได้รับความปลอดภัยจากไฟกระโชก ( Surge )

แต่เนื่องจากอุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก ( Surge Protector )  ที่มีจำหน่ายอยู่ทั่วไปในท้องตลาด โดยส่วนใหญ่จะป้องกันได้เฉพาะไฟกระโชกช่วงสั้น ( Transient ) เท่านั้น  ไม่สามารถป้องกันไฟกระโชกช่วงยาว ( TOVs ) ได้ ( แต่มีคุณสมบัติทนต่อ TOVs ได้แทน ) ดังนั้นถ้ามีไฟกระโชกช่วงยาว ( TOVs ) เกิดขึ้น อุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก ( Surge Protector ) จะไม่ทำการป้องกัน TOvs ( แต่ทนต่อ TOVsได้ ) โดยถ้าอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆในบ้านหลังนี้ทนต่อ TOVs ไม่ได้ ก็จะเสียหาย  ดังที่เกิดขึ้นอยู่เป็นประจำในปัจจุบัน

ด้วยเหตุนี้ จึงขอแนะนำให้เลือกซื้ออุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก ( Surge Protector )  ที่มีคุณสมบัติสามารถป้องกันได้ทั้งไฟกระโชกช่วงสั้น      ( Transient ) และไฟกระโชกแบบช่วงยาว ( TOVs ) ในตัวเดียวกัน ( ไม่ใช่สามารถทนต่อ TOVs แต่ต้องป้องกัน TOVs ได้นะครับ )

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะมีอุปกรณ์ป้องกันไฟกระโชก ( Surge Protector )  ติดอยู่ที่ตู้ไฟฟ้าหลัก ( MDB ) แล้วก็ตาม ถ้ามีการติดอุปกรณ์ป้องกัน SIPAD ที่เต้ารับไฟฟ้า ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ใกล้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ( โหลด ) มากที่สุด  ย่อมให้ความปลอดภัยต่อโหลดอย่างสูงสุด  เพราะอยู่ใกล้โหลดมากที่สุดรวมถึงอุปกรณ์ป้องกัน SIPAD  มีคุณสมบัติในการป้องกันทั้ง Transient และ TOVs  ได้ในตัวเดียวกัน ดังนั้นโหลดย่อมได้รับความปลอดภัยอย่างสูงสุด

โดยเปรียบเสมือนมี บอดี้การ์ด ซึ่งอยู่ใกล้หรืออยู่ติดประจำตัว ประธานาธิบดี คอยปกป้อง คุ้มครอง ป้องกันภัย ในทุกสถานที่ อยู่ติดประจำตัวตลอดเวลา  ซึ่งแตกต่างกับที่มี บอดี้การ์ด ยืนป้องกันประจำอยู่ที่หน้าบ้านเท่านั้น

คำถามที่เกี่ยวข้องกับกับอุปกรณ์ชนิดต่างๆ

 

• UPS ป้องกันไฟกระโชกได้หรือไม่ ?

หน้าที่หลักของ UPS คือสำรองไฟฟ้าเวลาไฟดับ และตัว UPS เองเปรียบเสมือนเป็นโหลดตัวหนึ่ง ซึ่งอาจได้รับความเสียหายจากไฟกระโชกได้ รวมถึงโหลดที่ต่อใช้งานกับ UPS ก็อาจได้รับความเสียหายจากไฟกระโชกได้ด้วยเช่นเดียวกัน

ซึ่ง UPS บางรุ่น Claim ว่า Built-in Surge Protector  เพื่อป้องกันไฟกระโชก แต่ก็เป็นเพียงการเพิ่มอุปกรณ์ MOV ตัวเล็กๆ ในวงจร เพื่อใช้ในการป้องกันไฟกระโชกแบบช่วงสั้น Transient ในเบื้องต้นเท่านั้น จึงจำเป็นที่จะต้องหาอุปกรณ์ Surge Protector ที่ป้องกันได้ทั้งไฟกระโชกแบบช่วงสั้น Transient และไฟกระโชกแบบช่วงยาว TOVs มาต่อไว้หน้า UPS เพื่อเป็นการป้องกัน UPS ไม่ให้ได้รับความเสียหายจากไฟกระโชก

 

• Stabilizer ป้องกันไฟกระโชกได้หรือไม่ ?

หน้าที่หลักของ Stabilizer คือปรับแรงดันไฟฟ้าให้คงที่ กรณีเกิด Over voltage หรือ Under voltage แต่ไม่สามารถป้องกันไฟกระโชกได้ เนื่องจากไฟกระโชกเกิดขึ้นรวดเร็วมาก ( มีความเร็วเศษหนึ่งส่วนล้านของวินาที ) ซื่งอุปกรณ์ Stabilizer ไม่สามรถตอบสนองได้ทัน ทำให้ตัว Stabilizer รวมถึงโหลดที่ต่อใช้งานกับ Stabilizer ก็อาจได้รับความเสียหายจากไฟกระโชกได้ จึงจำเป็นที่จะต้องหาอุปกรณ์ Surge Protector ที่ป้องกันได้ทั้งไฟกระโชกแบบช่วงสั้น Transient และไฟกระโชกแบบช่วงยาว TOVs มาต่อไว้หน้า Stabilizer เพื่อเป็นการป้องกัน Stabilizer และโหลดไม่ให้ได้รับความเสียหายจากไฟกระโชก

 

• Safety-cut / RCBO/ ELCB ป้องกันไฟกระโชกได้หรือไม่ ?

หน้าที่หลักของ Safety-cut / RCBO/ ELCB คือป้องกันไฟดูดไฟรั่ว ซึ่งจะตัดไฟกรณีที่เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วลงดินเท่านั้นทำให้ผู้ใช้งานไม่ได้รับอันตรายจากการโดนไฟฟ้าดูด ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ได้ทำหน้าที่ในการป้องกันไฟกระโชก จึงทำให้โหลดที่ต่อใช้งานอยู่ยังคงได้รับความเสียหายจากไฟกระโชกได้

 

• Circuit Breaker ป้องกันไฟกระโชกได้หรือไม่ ?

หน้าที่หลักของ Circuit Breaker ทำหน้าที่ตัดกรณีไฟฟ้าลัดวงจรหรือใช้กระแสไฟฟ้าเกินพิกัด ซึ่งอุปกรณ์ Circuit Breaker นี้ทำงานโดยใช้หลักการของ Bi-metal ซึ่งเมื่อเกิดการลัดวงจรไฟฟ้า หรือใช้กระแสไฟฟ้าเกินพิกัดจะเกิดความร้อนที่โลหะ Bi-metal ซึ่งโลหะสองชนิดจะโก่งตัวไม่เท่ากันเมื่อเกิดความร้อนและตัดวงจร ซึ่งกระบวนการนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการตัด จึงไม่สามารถป้องกันไฟกระโชกได้ ซึ่งไฟกระโชกเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วคิดเป็นเศษหนึ่งส่วนล้านของวินาที

ติดต่อเรา

Contact Us

*
*
*
*
*
*